“ชมพู่เพชรสายรุ้ง” ของดีเมืองเพชรบุรี"

"ชมพู่เพชรสายรุ้ง" ถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีความโดดเด่นในจังหวัดเพชรบุรี รสชาดถูกปากของผู้ที่ได้รับประทานมาก จนมีวลีที่ว่า คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน เพราะเป็นสินค้าที่มีราคาสูง เป็นชมพู่ที่มีราคาแพง โดยที่ราคาปัจจุบันผลผลิตคัดเกรดอยู่ที่ 450 - 500 บาท/กิโลกรัม
สำหรับประวัติความเป็นมาของชมพู่เพชรสายรุ้งนั้น พบมี 2 เรื่องราว คือ
1. เรื่องแรก คือ พระครูญาณวิมล (หลวงพ่อพ่วง) เจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ของวัดศาลาเขื่อน เป็นคนแรกที่นำชมพู่เพชรสายรุ้ง มาปลูกหน้าวัดศาลาเขื่อน ตำบลตำหรุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ในปี 2378 โดยได้รับพระราชทานต้นชมพู่ จำนวน 1 ต้น จากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชมพู่ที่ปลูกให้ผลผลิตที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ทำให้ผู้คนที่ได้ชิมรู้สึกติดใจ และมาขอตอนกิ่งต้นชมพู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาชมพู่ต้นนี้ได้ตายลง เมื่อ ปี 2530 รวมอายุได้ 152 ปี
2. เรื่องที่สอง เล่าว่า นายหรั่ง แซ่โค้ว เป็นคนแรกที่นำกิ่งตอนต้นชมพู่เพชรสายรุ้ง จำนวน 3 กิ่ง มาปลูกในพื้นที่ตำบลหนองโสน เมื่อปี 2438 ต้นชมพู่ปลูกในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งบริเวณนี้ได้รับตะกอนแม่น้ำเพชรบุรี บนชุดดินเพชรบุรี ชุดดินท่าม่วง มีอินทรียวัตถุอุดมสมบูรณ์ และเป็นจุดที่มีน้ำเค็มที่ไหลขึ้นมาในระดับหนึง จึงเติบโตให้ผลผลิตที่ดี สีสรรสวยงาม และมีรสชาติอร่อย หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการตอนกิ่งชมพู่เพชรออกจำหน่ายในราคาสูง 200-250 บาท ก็มีผู้สนใจหาซื้อกิ่งพันธุ์ไปปลูกเป็นจำนวนมาก มีปลูกอย่างแพร่หลายในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีจนถึงทุกวันนี้
1. เรื่องแรก คือ พระครูญาณวิมล (หลวงพ่อพ่วง) เจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ของวัดศาลาเขื่อน เป็นคนแรกที่นำชมพู่เพชรสายรุ้ง มาปลูกหน้าวัดศาลาเขื่อน ตำบลตำหรุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ในปี 2378 โดยได้รับพระราชทานต้นชมพู่ จำนวน 1 ต้น จากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชมพู่ที่ปลูกให้ผลผลิตที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ทำให้ผู้คนที่ได้ชิมรู้สึกติดใจ และมาขอตอนกิ่งต้นชมพู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาชมพู่ต้นนี้ได้ตายลง เมื่อ ปี 2530 รวมอายุได้ 152 ปี
2. เรื่องที่สอง เล่าว่า นายหรั่ง แซ่โค้ว เป็นคนแรกที่นำกิ่งตอนต้นชมพู่เพชรสายรุ้ง จำนวน 3 กิ่ง มาปลูกในพื้นที่ตำบลหนองโสน เมื่อปี 2438 ต้นชมพู่ปลูกในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งบริเวณนี้ได้รับตะกอนแม่น้ำเพชรบุรี บนชุดดินเพชรบุรี ชุดดินท่าม่วง มีอินทรียวัตถุอุดมสมบูรณ์ และเป็นจุดที่มีน้ำเค็มที่ไหลขึ้นมาในระดับหนึง จึงเติบโตให้ผลผลิตที่ดี สีสรรสวยงาม และมีรสชาติอร่อย หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการตอนกิ่งชมพู่เพชรออกจำหน่ายในราคาสูง 200-250 บาท ก็มีผู้สนใจหาซื้อกิ่งพันธุ์ไปปลูกเป็นจำนวนมาก มีปลูกอย่างแพร่หลายในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีจนถึงทุกวันนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น